การปลูกพืชผักสวนครัว

0 Comments 85 view(s)

การปลูกพืชผักสวนครัวมีความสำคัญเป็นอันดับแรกของชีวิตประจำวัน เพราะใช้เป็นอาหารในครัวเรือนได้ดี ถ้าปลูกมากมีเหลือก็จำหน่ายได้ และสามารถยึดเป็นอาชีพได้ ขอให้มีความยึดมั่นในธรรมชาติ มีความขยันและอดทน การปลูกพืชผักสวนครัวมีหลักปฏิบัติ ๕ ประการ คือ
การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์มีความจำเป็นในการเริ่มต้นการเพาะปลูก จึงควรศึกษาเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดี แข็งแรง ไม่เป็นโรคง่าย คัดสรรแล้วเก็บรักษาไว้อย่างดีก่อนปลูก

การเตรียมดิน คุณภาพของดิน จะเป็นตัวกำหนดการเจริญเติบโตของพืช การให้อาหารแก่ดินด้วยปุ๋ยชีวภาพจะทำให้ดินมีชีวิตและช่วยย่อยอินทรียวัตถุในดิน ให้ดินอุดมสมบูรณ์พร้อมแก่การเพาะปลูก

แปลงใหม่ (ดินไม่สมบูรณ์)
ถ้าดินแข็งมาก อาจใช้เครื่องจักรช่วยยในการไถก่อนยกแปลง
ดินขาดอินทรียวัตถุ ควรแหวท้องหมู ใส่จุลินทรีย์แห้ง และรดด้วยจุลินทรีย์น้ำ
ยกร่องให้สวยงาม โรยจุลินทรีย์แห้ง ตร.ม.ละ ๑ กำมือ รดด้วยจุลินทรีย์น้ำ คลุมด้วยฟางไว้ ๕-๗ วัน ปลูกพืชด้วยเมล็ดหรือกล้า
แปลงเก่า (ดินสมบูรณ์) หลังจากตัดผักหรือถอนผักออกแล้ว ถอนหญ้า ปรับปรุงแปลง (ไม่ต้องขุด) แล้วเริ่มต้น ดังนี้
ใส่ปุ๋ยแห้ง ตร.ม.ละ ๑-๒ กำมือ ใช้จอบสับเบาๆ ให้คลุกกับดิน
คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง
รดด้วยจุลินทรีย์น้ำ ๑-๒ วัน
หมักไว้ ๗ วัน ปลูกด้วยเมล็ดหรือกล้า
การปลูก

การปลูกด้วยเมล็ด
นำเมล็ดไปแช่ในน้ำจุลินทรีย์ ประมาณ ๓๐ นาที หากผิวเมล็ดแข็งให้แช่นานหน่อย
แหวกหญ้าหรือฟางที่คลุมออก
ใช้ไม้กระดานหน้า ๑/๒ x ๒ นิ้ว กดเป็นรอยลึก ๑-๒ ซม.
หยอดเมล็ดตามรอยที่กดไว้
คลุมฟางเหมือนเดิม
รดน้ำเช้า–เย็น
๒ วันแรกให้รดด้วยจุลินทรีย์น้ำช่วงเย็นวันละ ๑ ครั้ง หลังจากนั้นให้รดจุลินทรีย์น้ำ ๓ วัน/ครั้ง นอกนั้นรดน้ำปกติ
ปลูกด้วยกล้า
การเพาะกล้ามี ๒ ชนิด คือ
เพาะด้วยกระบะ
อาจเป็นภาชนะสำเร็จรูป หรือใช้ไม้ ๑/๒ x ๒ นิ้ว หรือวัสดุอื่น ทำเป็นกระบะขนาด ๕๐ x ๕๐ หรือ ๕๐ x ๗๐ หรือ ๕๐ x ๑๐๐ เซนติเมตร ให้สามารถยกย้ายและวางบนพื้นได้สะดวก
ผสมจุลินทรีย์แห้งกับดินร่วน แกลบเผา อัตราส่วน ๑:๕:๓ ลงในกระบะ
หยอดเมล็ด หรือหว่านเมล็ดให้ทั่ว อย่าให้แน่นเกินไป
คลุมด้วยหญ้าแห้ง หรือฟางบางๆ
รดด้วยจุลินทรีย์น้ำให้ชุ่ม
จากนั้นรดน้ำเช้า – เย็น
รดจุลินทรีย์น้ำช่วงเย็นติดต่อกัน ๓ วัน หลังจากนั้นรดจุลินทรีย์น้ำ ๓ วัน/ครั้ง
เพาะในแปลง
นำจุลินทรีย์แห้งและแกลบเผาผสมดินในแปลง คลุกให้ทั่ว ทำหน้าดินให้ละเอียด
หยอดเมล็ด หรือโรยเมล็ด
คลุมด้วยหญ้าแห้ง หรือฟางแห้งบางๆ
รดจุลินทรีย์น้ำให้ชุ่มทั่วแปลง
รดน้ำเช้า – เย็น
๓ วันแรกรดจุลินทรีย์น้ำช่วงเย็นทุกวัน หลังจากนั้นรด ๓ วัน/ครั้ง วันปกติรดน้ำธรรมดา
การดูแลรักษา

ผักเกือบทุกชนิดเพาะกล้าก่อนปลูกจะดี เพราะถ้าให้ร่นระยะเวลาในการลงปลูก สามารถปลูกได้หลายรุ่น และดูแลรักษาง่ายยกเว้นพืชผักที่ย้ายกล้าไม่ได้ เช่น แครอท หัวผักกาด การปลูกด้วยกล้า ทำให้ประหยัดเมล็ดพันธุ์ได้ด้วย ดีกว่าปลูกด้วยเมล็ดแล้วต้องถอนทิ้งเมื่อผักแน่นเกินไป
ปกติจะใส่จุลินทรีย์แห้งครั้งเดียว แต่ถ้าผักมีอายุยาวเกิน ๕๐ วัน ให้สังเกตว่าผักไม่สวย ไม่สมบูรณ์ ก็ใส่จุลินทรีย์แห้งได้ระหว่างแถว ไม่ให้ถูกต้นพืชผัก
การเตรียมแปลงดี ผักจะเจริญเติบโตเสมอกันทั้งแปลงผัก ต้นใดมีโรคให้งดน้ำ และรดด้วย EM สดขยาย ผสมน้ำ ๕๐ เท่า ทิ้งไว้ ๒๔ ชั่วโมง จึงให้น้ำต่อ
ผักมีหัวให้ขุดแปลงลึกๆ แหวะท้องหมูบ่อยๆ และใส่จุลินทรีย์แห้งผสมให้ดี
การรดน้ำ ควรใช้บัวรดน้ำรูเล็กๆ ให้เป็นฝอยได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี
ไม่ควรรดน้ำด้วยสายยางที่น้ำพุ่งแรงๆ จะทำให้ผักนอนราบ โดยเฉพาะผักกาดขาวจะห่อใบยาวขึ้นหากถูกน้ำซัดแรงๆ ทุกวัน
พ่นด้วยสารไล่ศัตรูพืช หรือสารป้องกันเชื้อราทุกๆ ๓ วัน
ข้อสังเกต เพื่อ ป้องกันแมลงศัตรูพืชโดยธรรมชาติ ควรปลูกผักกาดหอม ผักชีใบแหลม ปนกับผักอื่นๆ ปลูกต้นดาวเรือง ตะไคร้หอม ผกากรอง ไว้เป็นรั้ว และใช้ใบตะไคร้หอมมาคลุมแปลงผักจะป้องกันแมลงได้ด้วย

การเก็บผลผลิต-การจำหน่าย การเก็บผลผลิตควรดำเนินไปตามอายุของผักแต่ละประเภท และหากปลูกโดยใช้จุลินทรีย์ชีวภาพดังกล่าวข้างต้น ควรเก็บก่อนกำหนดเล็กน้อยเพราะ

ผักธรรมชาติเจริญเติบโตเร็ว
ร่นระยะเวลาปลูก ลดแรงงาน และรายจ่าย
หากเก็บช้าหรือเกินอายุทำให้ผักมีภูมิต้านทานต่ำ อาจเกิดโรคได้
การเก็บควรใช้วิธีตัด ยกเว้นผักหัว ใช้ถอน
ผักที่เป็นผลควรเก็บอย่างประณีต เพื่อให้โอกาสเกิดผลใหม่อีก เช่น ถั่ว แตง
ผักทั่วไปเก็บแล้วล้างให้สะอาด บรรจุถุงเพื่อจำหน่าย
ผักที่เป็นฝัก เช่น ถั่ว เก็บแล้วไม่ต้องล้าง ไม่ต้องพรมน้ำ
ข้อควรจำ

ผักธรรมชาติทนทาน ขั้วไม่หลุดง่าย เหี่ยวยาก
ไม่ต้องแช่สารเคมี
น้ำพรมผัก หรือแช่ผักควรผสม EM ด้วย
ไม่ควรนำผลผลิตไปขายร่วมกับแผงผักเคมี จะทำให้เสียคุณภาพ ควรเปิดแผงผักปลอดสารพิษ หรือผักธรรมชาติ เพื่อสะดวกต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภค สามารถรับรองคุณภาพและสามารถกำหนดราคาได้ดีในอนาคต
ช่วงที่เหมาะสมในการปลูกพืชผัก
กุมภาพันธ์ – เมษายน

ผักชี หอม ผักบุ้งจีน ผักกาดหัว ถั่วฝักยาว แตงกวา มะระ ผักกาดเขียวปลี ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาว
พฤษภาคม – กรกฎาคม

ผักคะน้า กุยช่าย บวบเหลี่ยม ข้าวโพดหวาน หอมแดง
สิงหาคม – ตุลาคม (ปลายฝน)

ผักชีลาว ผักโขม กุยช่าย ผักกาดขาว ผักกาดหอม พริก มะเขือเปราะ มะเขือขาว
ปลูกได้ทั้งปี

ผักสวนครัวต่างๆ เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ โหระพา แมงลัก ฯลฯ

Please follow and like us:

Leave Your Comment