โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับป่า

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี

พระราชดำริ

    แต่เดิมสภาพภูมิประเทศในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก แต่ภายหลังได้มีราษฎรเข้ามาบุกรุกแผ้วถางป่า ทำลายป่า ทำการเกษตรอย่างผิดวิธี และใช้สารเคมีที่ส่งผลเสียต่อดินและน้ำ ขาดการบำรุงรักษาคุณภาพดิน ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเปลี่ยนแปรสภาพไปอย่างรวดเร็ว หน้าดินถูกชะล้างความอุดมสมบูรณ์ไปหมดสิ้น ดินกลายเป็นดินทรายและดินดานที่ไม่มีแร่ธาตุ ความสมดุลทางธรรมชาติถูกทำลายโดยสิ้นเชิง เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงความแห้งแล้งของพื้นที่แผ่ขยายเป็นวงกว้าง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ความตอนหนึ่งว่า

    “…ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี : เดิมเป็น ป่าโปร่ง คนไปตัดไม้สำหรับเป็นฟืนและสำหรับเผาถ่าน ต่อจากนั้น มีการปลูกพืชไร่และสับปะรดจนดินจืดกลายเป็นทราย ถูกลมและน้ำชะล้างไปหมด จนเหลือแต่ดินดาน ซึ่งเป็นดินที่แข็งตัวเมื่อถูกอากาศ ดินนี้ก็ไม่มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์…”

    ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยการปลูกป่า และจัดหาแหล่งน้ำโดยจัดให้ราษฎรที่ทำกินเดิมได้มีส่วนร่วมในการรักษาป่าไม้และ ได้ประโยชน์จากป่าไม้ควบคู่ไปกับการพัฒนาเกษตรกรรมที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาอาชีพ


หน่วยงานที่รับผิดชอบ
    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ เป็นต้นมา โดยมีกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นหน่วยงานหลักประสานการดำเนินงานในพื้นที่


วัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ
๑. เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟู ปรับปรุง และรักษาป่าไม้และสภาพแวดล้อมให้เกิดความชุ่มชื้นในพื้นที่โครงการ และบริเวณใกล้เคียงให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์
๒. เพื่อเป็นศูนย์รวมในการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย และแสวงหาแนวทาง ตลอดจนวิธีการพัฒนาด้านต่างๆ ที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
๓. เพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับราษฎรในบริเวณศูนย์ฯ และใกล้เคียงให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
๔. เพื่อให้ศูนย์ฯ เป็นสถานที่ให้ความรู้และศึกษาดูงานแก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ตลอดจนสามารถปรึกษาขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ได้
๕. เพื่อให้ศูนย์ฯ เป็นสถานที่สำหรับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระ และอื่นๆ ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดและประสานงานกัน อันจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำงานร่วมกัน


พื้นที่ดำเนินการ
๑. พื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตามประกาศพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พ.ศ. ๒๔๖๗ จำนวน ๒๒,๖๐๐ ไร่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ได้รับมอบสิทธิครอบครองและทำประโยชน์จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ตามแนวพระราชดำริ เพื่อใช้เป็นพื้นที่หลักในการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และทำการศึกษาทดลองตามแนวพระราชดำริ มีบริเวณตั้งแต่แนวเขตด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวสายไฟฟ้าแรงสูง จำนวน ๘,๗๐๐ ไร่
๒. พื้นที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นพื้นที่ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ได้รับมอบอำนาจให้ดูแลและใช้ประโยชน์ตามพระราชประสงค์ จำนวน ๓๔๐ ไร่
๓. หมู่บ้านเป้าหมายในการขยายผล และถ่ายทอดเทคโนโลยี จำนวน ๔ ตำบล ๑๘ หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลสามพระยา ตำบลห้วยทรายเหนือ ตำบลชะอำ และตำบลไร่ใหม่พัฒนา


การดำเนินการภายในศูนย์
เพื่อให้การดำเนินงานสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ บรรลุผลเป็นรูปธรรม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ จึงได้พิจารณากำหนดงานเป็น ๕ แผนงานดังนี้

แผนงานอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ

งานอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศน์
๑. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
๒. โครงการฟื้นฟูสภาพป่าไม้อนุรักษ์และป่าไม้เศรษฐกิจ
๓. โครงการปรับเปลี่ยนพันธุ์ไม้ในแปลงป่าปลูกเดิม
๔. โครงการเพาะกล้าไม้
๕. โครงการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า
๖. โครงการจัดการควบคุมไฟป่า
๗. โครงการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๘. โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน
๙. โครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศน์


งานอนุรักษ์ดินและน้ำ
๑. โครงการฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดินและอนุรักษ์ดินและน้ำ

แผนงานศึกษาและพัฒนาตามแนวพระราชดำริ
งานศึกษาและพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม
๑. โครงการศึกษาการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์เพื่อการอนุรักษ์
๒. โครงการศึกษาทดลองการใช้พลังงานธรรมชาติ
๓. โครงการศึกษาการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ
๔. โครงการศึกษาและสำรวจทรัพยากรป่าไม้

งานศึกษาและพัฒนาด้านความเป็นอยู่พื้นฐานและการประกอบอาชีพ
๑. โครงการศึกษาทดลองการใช้ประโยชน์จากต้นมะม่วงหิมพานต์
๒. โครงการศึกษาทดลองการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เพื่อส่งเสริมอาชีพ
๓. โครงการศึกษาทดลองรูปแบบการเกษตรแบบยั่งยืน
๔. โครงการศึกษาทดลองด้านพืชเพื่อส่งเสริมอาชีพ

แผนงานขยายผลและถ่ายทอดเทคโนโลยีตามแนวพระราชดำริ

งานขยายผลและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านสภาพแวดล้อม
๑. โครงการขยายผลการใช้ประโยชน์หญ้าแฝก
๒. โครงการถ่ายทอดข้อมูลดินและการใช้ที่ดิน

งานขยายผลและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านความเป็นอยู่พื้นฐาน และการประกอบอาชีพ
๑. โครงการถ่ายทอดและขยายผลเทคโนโลยีการเกษตร

แผนงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
ด้านเศรษฐกิจ
๑. โครงการส่งเสริมเกษตรกรเพาะชำกล้าไม้หายาก
๒. โครงการพัฒนาส่งเสริมการเลี้ยงโคนม
๓. โครงการส่งเสริมอาชีพการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ
๔. โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมในครัวเรือน
๕. โครงการส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร
๖. โครงการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ

ด้านสังคม
๑. โครงการพัฒนาเยาวชนและสตรี
๒. โครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน
๓. โครงการสนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน
๔. โครงการพัฒนาสุขภาพอนามัย
๕. โครงการด้านการศึกษา

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
๑. โครงการจัดหาน้ำและบริการจัดการน้ำ
๒. โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

แผนงานบริหารโครงการ

งานอำนวยการ
๑. โครงการบริหารจัดการ
๒. โครงการจัดการและจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดิน
๓. โครงการสำรวจข้อมูลดินและวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน
๔. โครงการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ดินและรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดิน
๕. โครงการรักษาความปลอดภัย

งานประชาสัมพันธ์
๑. โครงการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
๒. โครงการพัฒนาและจัดการแหล่งท่องเที่ยว


ผลการดำเนินการ

 


ประโยชน์ที่ได้รับ

ผลของการดำเนินงานโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ นับเป็นรูปแบบการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสื่อมโทรมที่ประสบผลสำเร็จ อันเป็นแบบอย่างที่ดีในการนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อการพัฒนาในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีปัญหาในลักษณะใกล้เคียงกัน จากสภาพความอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ดิน น้ำ ป่าไม้ และสัตว์ป่า เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา ได้ถูกทำลายเปลี่ยนแปลงกลายเป็นไร่สับปะรด พื้นดินเสียหายเสื่อมโทรม ไม่สามารถเพาะปลูกพืชใด ๆ ได้ ณ บัดนี้ ผืนดินที่เคยแห้งแล้งดังกล่าว ได้พลิกฟื้นกลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์เช่นเดิมอีกครั้ง ทั้งป่าเขาต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า โดยเฉพาะเนื้อทราย แม้แต่ราษฎรที่ได้อาศัยอยู่ใน ผืนแผ่นดินนี้ ก็ได้รับการพัฒนาจนสามารถพึ่งตนเองได้ และมีความอยู่ดีมีสุขในวิถีชีวิตตามอัตภาพของตนเอง


แผนที่การเดินทาง

ตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ด้านตะวันตกของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯตามเส้นทางถนนสายเพชรเกษม ประมาณ 220 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 6,356.92 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,973,075 ไร่


ติดต่อสอบถาม
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
โทรศัพท์ 0-3259-3252-3 โทรสาร 0-3259-3252

Please follow and like us:

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๕ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอาชีพความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้ ตั้งอยู่ที่บ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ห่างอำเภอเมืองไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ดำเนินการทั้งหมด ๑๓,๓๐๐ ไร่
การดำเนินงานแบ่งเป็น
พื้นที่พัฒนาการเกษตรประมาณ ๒,๓๐๐ ไร่
พื้นที่เขตปริมณฑลเพื่อการพัฒนาป่าไม้ประมาณ ๑๑,๐๐๐ ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีชื่อว่า ป่าภูล้อมข้าวและป่าภูเพ็ก
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เริ่มดำเนินการตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๗ โดยเพิ่มศึกษาค้นคว้าวิจัยทดลองงานพัฒนาการเกษตรที่เหมาะสมแก่ท้องถิ่น และนำออกเผยแพร่เป็นตัวอย่างให้ราษฎรนำไปปฏิบัติ เพื่อพัฒนาอาชีพ ฟื้นฟู และพัฒนาป่าไม้ การปลูกพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร

การดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ นี้ มีหน่วยราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยร่วมรับผิดชอบ เช่น กรมชลประทาน กรมป่าไม้ กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น
กิจกรรมของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ครอบคลุมทุกด้านที่มีผลต่อการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมอันเหมาะสมแก่สภาพพื้นที่ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ ได้แก่

งานชลประทาน สร้างแหล่งเก็บกักน้ำ เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยตาดไฮใหญ่ อ่างเก็บน้ำห้วยเดียก ฝายกักเก็บน้ำจากต้นน้ำลำธาร แนะนำการจัดระบบส่งน้ำและการใช้น้ำแก่เกษตรกร
งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม ศึกษาทดลองวิธีการที่ได้ผลในการเพิ่มผลผลิตและรายได้ เช่น ศึกษาทดสอบเลือกสายพันธุ์ข้าว พืช และไม้ผลที่เหมาะสมแก่สภาพพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ข้าว พืช และไม้ผลที่เหมาะสมแก่สภาพพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ข้าว พืชไร่ พืชสวน เป็นต้นว่า เงาะ ลำไย ทุเรียน น้อยหน่า หม่อนไหม ยางพารา เห็ด การจัดระบบการทำฟาร์ม การศึกษาวิธีแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร
งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ทรุดโทรม ปลูกและบำรุงป่าธรรมชาติ ส่งเสริมการปลูกป่าทดแทน ส่งเสริมการปลูกหวายดง ไม้ไผ่ชนิดต่าง ๆ ตลอดจนการเพาะเลี้ยงครั่ง ควบคุมและป้องกันไฟป่า
งานส่งเสริมและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการประมง ศึกษาทดลองและพัฒนาการประมงน้ำจืด ส่งเสริมการเลี้ยงปลาบ่อ และในกระชังในอ่างเก็บน้ำ
งานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ปรับปรุงทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ศึกษาและทดลองการเลี้ยงสัตว์ การผลิตอาหารสัตว์ เช่น ส่งเสริมการปลูกกระถินเป็นรั้วบ้าน ผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วฮามาด้า การจัดการด้านการเลี้ยงสัตว์ และวิธีแก้ปัญหา เช่น การป้องกันและกำจัดโรคของสัตว์
งานศึกษาและพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน อนุรักษ์ดินและน้ำวิจัยทดสอบ ถ่ายทอดความรู้แก่ราษฎรเพื่อให้พัฒนาที่ดินให้เกิดประโยชน์
งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครัวเรือน แนะนำฝึกอบรม ส่งเสริมความรู้ด้านอุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น การตีเหล็ก ผลิตมีด และเครื่องมือเกษตร ฝึกอบรมย้อมสีด้าย ทอผ้า เพื่อให้ราษฎรทำเครื่องใช้ในครัวเรือนเป็นการประหยัด หรือเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได้
งานส่งเสริมการเกษตร นำความรู้ด้านเกษตรที่ศึกษาทดลองได้ผลเป็นที่พอใจแล้ว เผยแพร่แก่เกษตรกรให้นำไปปฏิบัติด้วยตนเอง
งานศึกษาและพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง จัดระเบียบชุมชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน จัดตั้งและพัฒนาองค์กรประชาชนในหมู่บ้านรอบศูนย์
งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรกรรมแก่ราษฎรในหมู่บ้านรอบศูนย์ และราษฎรในจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้นำความรู้ไปพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต

ด้วยเดชะพระบารมี พระปรีชาสามารถที่ทรงเห็นการณ์ไกล และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมุ่งมั่นบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรที่ยากไร้ในชนบท ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้อำนวยประโยชน์แก่ราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้พัฒนาผืนดิน พัฒนาอาชีพเกษตรกรรมและอาชีพเสริม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านความรู้สุขภาพอนามัย
พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ได้ปรากฎ ขจายขจรเป็นที่ยกย่องเทิดทูนทั้งในประเทศไทย และนานาประเทศทั่วโลก
ที่ตั้งโครงการ

ตั้งอยู่บ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร อยู่ห่างจากอำเภอเมืองสกลนครไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ดำเนินการทั้งหมดประมาณ ๑๓,๓๐๐ ไร่ โทร (๐๔๒) ๗๑๒๙๗๕ โทรสาร (๐๔๒) ๗๑๒๙๔๕

Please follow and like us:

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
บ้านพิกุลทอง หมู่ที่ 6 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

              เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2525 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้เป็นสถานที่ศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย แสวงหาแนวทางและวิธีการพัฒนาที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมภูมิสังคมของท้องถิ่น และเป็นสถานที่ที่นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชน ใช้แลกเปลี่ยน สื่อสาร และถ่ายทอดความรู้ เป็นแบบจำลองของพื้นที่ที่มีการพัฒนา
แบบผสมผสานทุกสาขาในลักษณะสหวิทยา และมีการบริหารที่เป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีการประสานการดำเนินงานที่มีเอกภาพ เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จในลักษณะของ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต”รวมทั้งนำผลสำเร็จของโครงการฯ ขยายผลไปสู่ประชาชนในหมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ และประชาชนผู้สนใจทั่วไป โดยได้กำหนดแผนการศึกษาดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 แผนงาน ได้แก่ 1) แผนงานศึกษา ทดลองวิจัย ตามแนวพระราชดำริ 2) แผนงานขยายผลการพัฒนา 3) แผนงานฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 4) แผนงานบริหารจัดการ

        1) แผนงานศึกษา ทดลอง วิจัย ตามแนวพระราชดำริ

        ระยะเวลาที่ผ่านมา 36 ปี เน้นการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่พรุและพื้นที่ดินเปรี้ยวให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตรให้ได้ผลดีที่สุด ตั้งแต่ปี 2528 – 2561 ได้ดำเนินการศึกษา ทดลอง และวิจัยไปแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 307 เรื่อง โดยดำเนินการศึกษาแล้วเสร็จ จำนวน 299 เรื่อง และอยู่ระหว่างการศึกษา จำนวน 8 เรื่อง ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการ จำนวน 4 เรื่อง โดยมีงานศึกษาวิจัย ดังต่อไปนี้

        1.1 งานวิจัยใหม่ จำนวน 1 เรื่อง

uการใช้ยีสต์จากพื้นที่พรุ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนในอาหารสัตว์และการผลิตเอทานอลเชื้อเพลิง : เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์ทรัพยากรยีสต์ที่แยกจากพื้นที่พรุ จังหวัดนราธิวาสในรูปของโปรตีนเซลล์เดี่ยวเพื่อการเพิ่มปริมาณโปรตีนในอาหารสัตว์ในปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการศึกษาการคัดเลือกยีสต์ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการผลิตเอทานอลจากอาหารเหลวสังเคราะห์ อาหารเหลวกากน้ำตาล และอาหารเหลวน้ำอ้อย โดยนำยีสต์จำนวน 6 สายพันธุ์ ที่แยกได้จากดินอินทรีย์ ป่าพรุโต๊ะแดง คือ TD(1)05-1 TD(2)05-1 YNB28-2 YNB31-2 YNB32-2 และ YNB33-2 ทำการหมักเอทานอลเพื่อขยายผลเปรียบเทียบกับยีสต์สายพันธุ์ควบคุม S. cerevisiae SC90 (TISR5339) ซึ่งนิยมใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอลและยีสต์ทนร้อน K. marxianu sDMKU 3-1042 ในระดับฟลาสก์ โดยทำการทดลองในอาหาร 3 ชนิด คือ อาหารเหลวสังเคราะห์ YPD broth อาหารเหลวกากน้ำตาล และอาหารเหลวน้ำอ้อย ที่อุณหภูมิ 30 และ 37 องศาเซลเซียส ซึ่งพบว่ายีสต์ทั้ง 6 สายพันธุ์ สามารถเจริญได้เล็กน้อยและมีช่วงระยะปรับตัว (lag phase) ที่ค่อนข้างนาน สรุปได้ว่า ยีสต์มีศักยภาพต่ำและไม่สามารถนำไปใช้เพื่อการผลิตเอทานอลแข่งขันกับสายพันธุ์อื่นที่มีการใช้กันในปัจจุบันได้

      1.2 งานวิจัยต่อเนื่อง จำนวน 2 เรื่อง

uองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดเชื้อราจากดินอินทรีย์ในพื้นที่พรุ จังหวัดนราธิวาส : ดำเนินการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ 5 อย่าง ได้แก่ ฤทธิ์ต้านเอนไซม์ไทโรซิเนส (รักษาความผิดปกติของเม็ดสี) ฤทธิ์ต้านเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส (รักษาเบาหวาน) ฤทธิ์ต้านเอนไซม์อะซิทิลคอลินเอสเตอเรส (รักษาโรคสมองเสื่อม, Alzheimer’s disease) ฤทธิ์ความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเต้านม(รักษาโรคมะเร็ง) และฤทธิ์ต้านการอักเสบ (รักษาอาการอักเสบต่าง ๆ) โดยทำการทดสอบทั้งหมดจำนวน 104 ตัวอย่าง พบว่ามี 4 ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ SPSF318BE SPSF318CE SPSF224BE และ SPSF224CE

          u  การนำจุลินทรีย์ที่แยกได้จากพื้นที่พรุโต๊ะแดงจังหวัดนราธิวาสไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร (การปลูกข้าว) :เป็นการศึกษาการนำจุลินทรีย์ทนกรดที่คัดเลือกได้จากพื้นที่พรุโต๊ะแดง ได้แก่ จุลินทรีย์ย่อยเซลลูโลส จุลินทรีย์ย่อยโปรตีน จุลินทรีย์ย่อยอินทรียสารฟอสเฟต และเชื้อจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจนอิสระมาทดลองใช้ในการเพิ่มผลผลิตของข้าวซีบูกันตัง 5 โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่ ดังนี้ พื้นที่เรือนกระจก และพื้นที่แปลงนาร้างในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดของเกษตรกร บ้านตอหลัง ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

         1.3 งานทดสอบใหม่ จำนวน 1 เรื่อง

           ® การเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลในบ่อน้ำเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้ว : เป็นการศึกษาการเจริญเติบโตและต้นทุนการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลในบ่อน้ำเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้วและเป็นจุดเรียนรู้และสาธิตการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลในบ่อน้ำเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้วและขยายผลให้ราษฎรประกอบเป็นอาชีพใปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินงาน ดังนี้

                1) การเตรียมบ่อ โดยสูบน้ำออกจากบ่อเลี้ยงให้แห้ง โรยปูนขาวอัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้ง 2 สัปดาห์ ใส่ปุ๋ยคอก 100 – 200 กิโลกรัมต่อไร่ เอาน้ำเข้าบ่อสูง 50 เซนติเมตร มีการกรองน้ำด้วยอวนตาถี่ ทิ้งไว้ให้เกิดอาหารธรรมชาติ 2 สัปดาห์ เติมน้ำเข้าในบ่อให้สูงขึ้นเป็น 100 เซนติเมตร ทำการกั้นคอกในบ่อด้วยอวนตาถี่บริเวณมุมบ่อเพื่อฝึกอาหารลูกปลา เมื่อบ่อเกิดอาหารธรรมชาติประเภทสาหร่าย ขี้แดด สัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น ไรน้ำ 
                 2) การเตรียมพันธุ์ปลา ดำเนินการเตรียมลูกพันธุ์ปลาขนาด 2 – 3 เซนติเมตร จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ นำมาอนุบาลต่อในบ่อดินเพื่อให้ได้ขนาดสำหรับปล่อยเลี้ยง (ขนาด 5 – 7 ซม.) ระยะเวลา 1 – 1.5 เดือน

        2) แผนงานขยายผลการพัฒนา

          2.1 งานสาธิต ซึ่งมีลักษณะเป็นงานสาธิตต่อเนื่อง จำนวนทั้งหมด 9 โครงการ แบ่งเป็น งานสาธิตใหม่ จำนวน 5 โครงการ และงานสาธิตต่อเนื่อง จำนวน 4 โครงการ โดยมีตัวอย่าง ดังนี้ 
        u  สาธิตการทำเกษตรยั่งยืนตามแนวพระราชดำริทฤษฏีใหม่ในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด บ้านโคก ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส : ดำเนินการในพื้นที่ 14 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 25 ราย โดยเน้นการพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้มีความรู้ความเข้าใจ ด้านการปรับปรุงบำรุงดินเป็นพื้นฐาน โดยส่งเสริมการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก น้ำหมักชีวภาพภายในแปลง และการปลูกพืชผักพืชไร่และไม้ผลปลอดภัยจากสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือนและจำหน่าย

            u   สาธิตการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดโครงการแกล้งดิน ระยะที่ 4 : จัดทำแปลงสำหรับเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดสำหรับปลูกข้าวและพืชชนิดต่าง ๆ มีการดำเนินงาน 6 แปลง ทั้งนี้ ในส่วนของข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดิน พบว่าดินในแต่ละแปลงทดสอบมีค่าความเป็นกรดจัดมากจนถึงเป็นกรดรุนแรงมากมีค่าระหว่าง 4.1 – 4.9 ทั้งนี้ การปรับปรุงบำรุงดินเปรี้ยวจัดให้สามารถปลูกพืชผักและพืชไร่ควรจะต้องมีการใส่วัสดุปูนเป็นระยะ สำหรับการให้ผลผลิตพืช ได้ทำการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองในแปลงแกล้งดิน ได้แก่ ข้าวพันธุ์ซีบูกันตัง 5 ซึ่งพบว่าข้าวที่ปลูกในแปลงทดลองที่ 3 ศึกษาอัตราการใช้หินปูนฝุ่นเพื่อปลูกข้าว ให้ผลผลิตข้าวโดยเฉลี่ยสูงที่สุด คือ 549 กิโลกรัมต่อไร่ อีกทั้ง การให้ผลผลิตผักและพืชไร่ จากการศึกษาการปลูกผักจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ ผักคะน้า ข้าวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดหวาน และถั่วฝักยาว พบว่า การปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดโดยใช้หินปูนฝุ่น ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยเคมีอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้ผักไม่สามารถเจริญเติบโตได้อาจจะเจริญเติบโตได้แต่จะให้ผลผลิตในอัตราที่ต่ำ ส่วนแปลงที่มีการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดโดยใช้หินปูนฝุ่น ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมีร่วมกัน พืชสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2561 มีผู้เยี่ยมชมงานสาธิตดังกล่าว จำนวน 20 คณะ 320 ราย

              u   สาธิตการปลูกพันธุ์ฝรั่งกิมจูในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ จำนวน 3 พื้นที่ (บ้านค่าย บ้านใหม่ และบ้านโคกสยา) :เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3 ราย ในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้แก่ บ้านค่าย บ้านใหม่ และบ้านโคกสยา ทั้งนี้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมเรื่องการปลูก การดูแลรักษาฝรั่งกิมจูและสนับสนุนกิ่งพันธุ์ฝรั่ง จำนวน 300 กิ่ง ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด จำนวน 36 กระสอบ ปุ๋ยคอก จำนวน 105 กระสอบ

              u   สาธิตการทำเกษตรยั่งยืนตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด : แปลงสาธิตการทำการเกษตรยั่งยืนตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2541 และมีการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีผู้เข้าเยี่ยมชม จำนวน 76 คณะ 3,473 ราย โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินการดังนี้

                    (1) พื้นที่แหล่งน้ำ จำนวน 4.5 ไร่ ดำเนินการปล่อยเลี้ยงปลานิลและปลาตะเพียนขาว ลงในสระ จำนวน 10,000 ตัว อัตรา 5 ตัว/ตารางเมตร ให้อาหารปลาอัดเม็ดเป็นประจำทุกวัน ผลผลิตปลาที่จับขาย ได้แก่ ปลานิล 6 กิโลกรัม ปลาบ้า 3 กิโลกรัม ปลาตะเพียนขาว 3 กิโลกรัม ปลายี่สก 5.5 กิโลกรัม และปลาที่เหลือในบ่อ นำไปปล่อยในแปลงเลี้ยงปลาในนาข้าว

                   (2) พื้นที่นาข้าว จำนวน 7 ไร่ แบ่งเป็น แปลงที่ 1 แปลงปลูกข้าวพันธุ์ซีบูกันตัง พื้นที่ 2 ไร่ ผลผลิตข้าวที่ได้ 720 กิโลกรัม และข้าวนาปรังดำเนินการปลูกข้าวชัยนาท 1 ยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ สำหรับแปลงที่ 2 และแปลงที่ 3 แปลงเลี้ยงปลาในนาข้าว พื้นที่ 5 ไร่ โดยนาปีปลูกข้าวพันธุ์หอมกระดังงา 59 ผลผลิตข้าวที่ได้ 260 กิโลกรัม และข้าวนาปรังดำเนินการปลูกข้าวชัยนาท 1 ยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

                  (3) พื้นที่พืชไร่ พืชผัก และพืชสวน พื้นที่จำนวน 9.25 ไร่ แบ่งเป็น แปลงพืชไร่ (ข้าวโพดหวาน) พื้นที่ 2 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตได้ 836.5 กิโลกรัม แปลงพืชผัก พื้นที่ 0.75 ไร่ ปลูกผลผลิตที่เก็บเกี่ยว ได้แก่ บวบ 3.6 กิโลกรัม มะระ 21.5 กิโลกรัม พริกชี 49.2 กิโลกรัม ถั่วฝักยาว 114.6 กิโลกรัม โหระพา 7.5 กิโลกรัม มะเขือเปราะ 46.9 กิโลกรัม กระเจี๊ยบเขียว 238.4 กิโลกรัม แปลงไม้ผล พื้นที่ 6.25 ไร่ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยว ได้แก่ ทุเรียน 87.8 กิโลกรัม เงาะ 47 กิโลกรัม มังคุด172.5 กิโลกรัม กระท้อน 14 กิโลกรัม มะพร้าวน้ำหอม 1,648 ลูก แปลงไม้ดอก (มะลิ) พื้นที่ 0.25 ไร่ เก็บเกี่ยวผลผลิตดอกมะลิ ได้ 28 ลิตร

                   (4) พื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวก จำนวน 2.25 ไร่ ประกอบด้วย ที่พักอาศัย โรงเก็บเครื่องมือเกษตร โรงเลี้ยงเป็ด เรือนเพาะชำ และโรงเพาะเห็ด สำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด ได้ผลผลิต 8.6 กิโลกรัม (เปิดก้อนเชื้อ 1 ครั้งต่อปีในเดือนมกราคม)

           2.2 งานพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุน ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะการพัฒนาพื้นที่ตามความต้องการของราษฎรและความเหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โดยดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษากาพัฒนาพิกุลทองฯ พื้นที่ศูนย์สาขา และพื้นที่อื่น ๆ ที่มีพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เข้าไปดำเนินการ โดยในปีงบประมาณ 2561 ดำเนินโครงการต่าง ๆ จำนวน 19 โครงการ ซึ่งสนับสนุนให้ราษฎรในพื้นที่ จำนวน 684 ครัวเรือน โรงเรียนในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 28 แห่ง และโรงเรียนในพื้นที่ขยายผลจำนวน 9 โรง ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสามารถยกตัวอย่างกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการ ดังนี้

                   2.2.1 โครงการพัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกพืชไร่และไม้ผล

                                พื้นที่ดำเนินการ : ปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการให้แก่เกษตรกร จำนวนทั้งสิ้น 14 หมู่บ้าน ราษฎร 210 ครัวเรือน แบ่งเป็น

                          1) พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

                             1.1) เกษตรกรรายเดิม ปี 2559 : 60 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านยาบี บ้านเปล บ้านพิกุลทอง บ้านโคกสยา บ้านโพธิ์ทอง และบ้านคีรี อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
                                 กิจกรรม : ติดตามประเมินผลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ พบว่า หลังจากผ่านการฝึกอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยเฉลี่ยมีความรู้ที่ระดับมาก ร้อยละ 57 ด้านการนำความรู้มาปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่ตนเองและความพึงพอใจจากการที่เข้าร่วมโครงการฯ พบว่า เกษตรกรร้อยละ 91 สามารถนำความรู้ประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการฯ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ตนเอง และสามารถนำความรู้ถ่ายทอดแก่เพื่อนบ้านและชุมชนได้ระดับปานกลาง ร้อยละ 65
                                  1.2) เกษตรกรรายเดิม ปี 2560 : 50 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านยาบี บ้านเปล บ้านพิกุลทอง บ้านโคกสยา บ้านโพธิ์ทอง และบ้านคีรี อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
                                      กิจกรรม : ดำเนินการอบรมเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร หลักสูตรการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตพืชผักพืชไร่ ไม้ผลสู่ระบบการตลาด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2561 -1 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรม จำนวน 50 ราย รวมทั้ง ได้ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ พัฒนาศักยภาพการบริหารกลุ่มแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกร – เครือข่าย โดยศึกษาดูงานในพื้นที่ จำนวน 3 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 บ้านนายธีรพงศ์ ชาญแท้ บ้านโคกอิฐ – โคกใน ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส จุดที่ 2 บ้านนายจันทร์ ชาญแท้ บ้านโคกกระท่อม ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และจุดที่ 3 บ้านนายธีรนิตย์ เสาร์พูล บ้านโคกยาง ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส อีกทั้ง ส่งเสริมพัฒนาการผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยจากสารเคมี และกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค

โครงการพัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกพืชไร่และไม้ผล
(พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ)

                          2) พื้นที่ศูนย์สาขา

                               2.1) เกษตรกรรายเดิม ปี 2560 : 10 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านบางขุนทอง ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

                                       กิจกรรม : ดำเนินการอบรมเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร หลักสูตรการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตพืชผักพืชไร่ ไม้ผลสู่ระบบการตลาด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2561 -1 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพเพื่อพัฒนาศักยภาพการบริหารกลุ่มแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกรเครือข่าย โดยนำกลุ่มเกษตรกรศึกษาดูงานจำนวน 1 จุด ได้แก่ นายเมธี บุญรักษ์ การปลูกพืชแบบผสมผสานด้านไร่นาสวนผสม บ้านโล๊ะลือแบ ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสอีกทั้งส่งเสริมพัฒนาการผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP

                                  2.2) เกษตรกรรายใหม่ ปี 2561 : 20 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านปีแนมูดอ ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง และบ้านปศุสัตว์ – เกษตรมูโนะ จังหวัดนราธิวาส

                                         กิจกรรม : ดำเนินการอบรมเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร หลักสูตรการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกพืชผักพืชไร่ไม้ผล ระหว่างวันที่ 10 – 11 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ และส่งเสริมการปลูกผักปลอดจากสารพิษ

โครงการพัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกพืชไร่และไม้ผล (พื้นที่ศูนย์สาขา)

                               3) พื้นที่อื่น ๆ ซึ่งมีพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เข้าไปดำเนินการ

                            3.1) เกษตรกรรายเดิม ปี 2559 : 50 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านป่าทุ่ง ตำบลบางเก่า และบ้านบาเลาะ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และบ้านตอหลัง บ้านทรายขาว ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

                               กิจกรรม : ติดตามประเมินผลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ พบว่า หลังจากผ่านการฝึกอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยเฉลี่ยมีความรู้ที่ระดับปานกลาง ร้อยละ 78 ด้านการนำความรู้มาปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่ตนเองและความพึงพอใจจากการที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า อยู่ในระดับปานกลางถึงดีมากและมีเกษตรกร ร้อยละ 46 อีกทั้ง เกษตรกรสามารถนำความรู้ถ่ายทอดแก่เพื่อนบ้านและชุมชนได้ระดับปานกลางถึงดีมาก

                           3.2) เกษตรกรรายเดิม ปี 2560 : 20 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านกำแพง ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส และบ้านโคกกระท่อม ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

                                      กิจกรรม : ดำเนินการอบรมเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร หลักสูตรการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตพืชผักพืชไร่ ไม้ผลสู่ระบบการตลาด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2561 -1 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรม จำนวน 50 ราย รวมทั้ง ได้ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ พัฒนาศักยภาพการบริหารกลุ่มแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกร – เครือข่าย โดยศึกษาดูงานในพื้นที่ จำนวน 1 จุด ได้แก่
นายเมธี บุญรักษ์ การปลูกพืชแบบผสมผสานด้านไร่นาสวนผสม บ้านโล๊ะลือแบ ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส อีกทั้ง ส่งเสริมพัฒนาการผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP

โครงการพัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกพืชไร่และไม้ผล (พื้นที่อื่นๆ)

            2.2.2 โครงการพัฒนาพื้นที่ดินทรายจัดเพื่อปลูกพืชไร่และไม้ผล

                      พื้นที่ดำเนินการ : ปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการให้แก่เกษตรกร จำนวนทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ราษฎร 131 ครัวเรือน แบ่งเป็น

                   1) พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

                       1.1) เกษตรกรรายเดิม ปี 2559 : 80 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านบางมะนาว บ้านเขาตันหยง บ้านใหม่ บ้านตือลาฆอปาลัส บ้านบูกิตอ่าวมะนาว และบ้านสะปอม อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

                         กิจกรรม : ติดตามประเมินผลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ พบว่า หลังจากผ่านการฝึกอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยเฉลี่ยมีความรู้ที่ระดับปานกลางถึงมาก ร้อยละ 94 ด้านการนำความรู้มาปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่ตนเองและความพึงพอใจจากการที่เข้าร่วมโครงการฯ พบว่า อยู่ในระดับปานกลางถึงดีมากและมีเกษตรกร ร้อยละ 60 สามารถนำความรู้ถ่ายทอดแก่เพื่อนบ้านและชุมชนได้

                       1.2) เกษตรกรรายเดิม ปี 2560 : 40 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านบางมะนาว บ้านเขาตันหยง บ้านใหม่ บ้านตือลาฆอปาลัส บ้านบูกิตอ่าวมะนาว และบ้านสะปอม อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

                                 กิจกรรม : ดำเนินการอบรมเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร หลักสูตรการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตพืชผักพืชไร่ ไม้ผลสู่ระบบการตลาด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 8 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ รวมทั้ง ได้ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ พัฒนาศักยภาพการบริหารกลุ่มแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกร – เครือข่าย โดยศึกษาดูงานในพื้นที่ จำนวน 2 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 นายมะยีดิง แลแร การปลูกฝรั่งกิมจูในพื้นที่ดินทรายจัดบ้านป่าทุ่ง ตำบลบางเก่า อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และจุดที่ 2 นายสุริยา สะมะแอ การปลูกพืชผักผสมผสาน บ้านบาเลาะ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี อีกทั้ง ส่งเสริมพัฒนาการผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยจากสารเคมี และกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค

โครงการพัฒนาพื้นที่ดินทรายจัดเพื่อปลูกพืชไร่และไม้ผล
(พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ)

                          2) พื้นที่อื่น ๆ ซึ่งมีพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เข้าไปดำเนินการ

                              2.1) เกษตรกรรายเดิม ปี 2560 : 11 ครัวเรือน ได้แก่ บ้านบาเลาะ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

                              กิจกรรม : ดำเนินการอบรมเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร หลักสูตรการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตพืชผักพืชไร่ ไม้ผลสู่ระบบการตลาด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 8 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ รวมทั้ง ได้ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ พัฒนาศักยภาพการบริหารกลุ่มแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกร – เครือข่าย โดยศึกษาดูงานในพื้นที่ จำนวน 1 จุด ได้แก่ นายสมพงษ์ แก้วสำอาง ด้านการเกษตรผสมผสาน ณ บ้านตอหลัง ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

โครงการพัฒนาพื้นที่ดินรายจัดเพื่อปลูกพืชไร่และไม้ผล (พื้นที่อื่นๆ)

                  2.2.3 โครงการเพาะชำพันธุ์หม่อนผลสด-หม่อนใบ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ขยายผลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

                          ดำเนินการผลิตและแจกจ่ายพันธุ์หม่อนผลสด และหม่อนใบให้แก่เกษตรกรเป็นอาชีพเสริมและสามารถพัฒนาต่อยอดสู่การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้ ในปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการเพาะชำกิ่งหม่อนผลสดชำถุง จำนวน 6,000 ถุง และหม่อนใบ จำนวน 5,000 กิ่ง พร้อมทั้งให้ความรู้ แนะนำ เกี่ยวกับการปลูก การดูแลรักษา และการแปรรูปผลหม่อน ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ขยายผลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

โครงการเพาะชำพันธุ์หม่อนผลสด-หม่อนใบเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ขยายผลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

                2.2.4 โครงการขยายผลการเลี้ยงปลานิลในบ่อดินเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้ว

                        พื้นที่ดำเนินการ : ปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการในพื้นที่บ้านยาบี บ้านค่าย บ้านเปล บ้านพิกุลทอง และบ้านคีรี ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส จำนวน 20 ราย

                         กิจกรรม : ดำเนินการฝึกอบรมเกษตรกรในหลักสูตร “การขยายผลการเลี้ยงปลานิลในบ่อดินเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้ว” เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้มีความรู้และเข้าใจ ในการเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ณ งานประมง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรม และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ปลานิล 2,000 ตัว อาหารปลา 13 กระสอบ ฟางอัด 10 ก้อน ปูนขาว 10 ถุง และปุ๋ยคอก 15 กระสอบ

โครงการขยายผลการเลี้ยงปลานิลในบ่อดินเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้ว

                 2.2.5 โครงการส่งเสริมการแปรรูปสัตว์น้ำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร

                         พื้นที่ดำเนินการ : ปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการในพื้นที่บ้านเปล ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส จำนวน 20 ราย

                         กิจกรรม : ดำเนินการการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่หลักสูตร “ส่งเสริมการแปรรูปสัตว์น้ำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร” เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจในการแปรรูปปลานิลอย่างถูกวิธีและมีคุณภาพ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ณ งานประมง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรม จำนวน 20 ราย และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ พันธุ์ปลานิล 650 กิโลกรัม ถุงบรรจุภัณฑ์ 100 กิโลกรัม มีด 10 เล่ม และเกลือ 10 กระสอบ

โครงการส่งเสริมการแปรรูปสัตว์น้ำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร

                    2.2.6 โครงการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่เพื่อการเพาะปลูก (ปรับรูปแปลงนาลักษณะที่ 1 ปั้นคันนา)

                         พื้นที่ดำเนินการ : ปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการในพื้นที่บ้านโคกสะตอ ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

                             กิจกรรม : ดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรหลักสูตรการจัดการและการวางแผนการปลูกข้าวคุณภาพ ระหว่างวันที่ 25 – 26 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรม จำนวน 30 รายอีกทั้ง ปรับปรุงแปลงนาลักษณะที่ 1 (ปั้นคันนา) จำนวน 100 ไร่ เพื่อรักษาระดับน้ำ และเป็นคันทางเดินขนย้ายผลผลิตข้าวได้รวมทั้ง การสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ยเคมี และวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน (หินปูนฝุ่น)

(โครงการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่เพื่อการเพาะปลูก (ปรับรูปแปลงนาลักษณะที่ 1)

                 2.2.7 โครงการฟื้นฟูพื้นที่นาหลังน้ำท่วมเพื่อการทำนาข้าวอย่างครบวงจร

                        พื้นที่ดำเนินการ : ปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการรวมกลุ่มเกษตรกร ในพื้นที่ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทำนา กลุ่มกองทุนปุ๋ย กลุ่มโรงสีข้าว และกลุ่มทอผ้า ของบ้านทรายขาว และบ้านตอหลัง ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

                        1) เกษตรกรรายเดิม ปี 2559 : 106 ครัวเรือน

                            กิจกรรม : ติดตามและประเมินผลโครงการฯ พบว่า ร้อยละ 80 มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และร้อยละ 60 มีความรู้เรื่องการจัดการดินเปรี้ยวจัดเพื่อการปลูกข้าว ซึ่งเกษตรกรร้อยละ 60 มีข้าวพอเพียงต่อการบริโภคในครัวเรือน และเกษตรกรร้อยละ 40 มีข้าวพอเพียงต่อการบริโภคและเหลือเพื่อจำหน่าย รวมทั้ง อบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรในหลักสูตร การแปรรูปผลผลิตข้าว ระหว่างวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ โดยมีเกษตรกรที่เข้าร่วมอบรม จำนวน 77 ราย

                       2) เกษตรกรรายเดิม ปี 2560 : 20 ครัวเรือน

                            กิจกรรม : อบรมเกษตรกรในหลักสูตรการลดต้นทุนผลผลิต และเพิ่มผลผลิตข้าว ระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรม จำนวน 20 ราย รวมทั้ง ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ

โครงการฟื้นฟูพื้นที่นาหลังน้ำท่วมเพื่อการทำนาข้าวอย่างครบวงจร

                2.2.8 โครงการพัฒนาพื้นที่นาร้างเพื่อปลูกข้าว

                    พื้นที่ดำเนินการ : ปีงบประมาณ 2561 ดำเนินการในพื้นที่บ้านโคกชุมบก ตำบลบางขุนทอง บ้านโคกกระท่อม ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และบ้านโคก  ตำบลจวบ บ้านจูโว๊ะ ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

                    กิจกรรม : ดำเนินการฝึกอบรมเกษตรกรในหลักสูตร “การผลิตข้าวคุณภาพ” ระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ โดยมีเกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์เข้าร่วมอบรม จำนวน 80 ราย รวมทั้ง สนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ยเคมี และวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน (หินปูนฝุ่น)

โครงการพัฒนาพื้นที่นาร้างเพื่อปลูกข้่าว

                   2.2.9 โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ดินพรุด้านปศุสัตว์                          – กิจกรรมการเลี้ยงไก่ลูกผสมพื้นเมือง : เกษตรกรได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรการเลี้ยงสัตว์ปีก ระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2561 และเกษตรกรทุกรายจะต้องสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่เอง ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ เกษตรกรในพื้นที่ศูนย์สาขาที่ 2 บ้านปีแนมูดอ จำนวน 20 ราย อีกทั้ง สนับสนุนพันธุ์ไก่ลูกผสม 600 ตัว อาหารสำเร็จรูป 1,800 กิโลกรัม ยาปฏิชีวนะ 26 ซอง

                  – กิจกรรมส่งเสริมเลี้ยงไก่ไข่หลังบ้าน : เกษตรกรได้รับการฝึกอบรม หลักสูตรการเลี้ยงสัตว์ปีก ระหว่างวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2561 และเกษตรกรทุกรายจะต้องสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่เอง ทั้งนี้ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ เกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโพธิ์ทอง บ้านสะปอม จำนวน 20 ราย อีกทั้ง สนับสนุนพันธุ์ไก่ไข่ 200 ตัว อาหารไก่ไข่ 1,800 กิโลกรัม และยาปฏิชีวนะ 26 ซอง

                    – กิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงเป็ดเทศ : เกษตรกรได้รับการฝึกอบรม หลักสูตรการเลี้ยงสัตว์ปีก ระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2561 และเกษตรกรทุกรายจะต้องสร้างโรงเรือนเลี้ยงเป็ดเอง ทั้งนี้ มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่มีพระราชดำริให้ดำเนินการของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านจูโว๊ะ บ้านโคกสะตอ จำนวน 40 ราย อีกทั้ง สนับสนุนพันธุ์เป็ดเทศเพศผู้ 160 ตัว พันธุ์เป็ดเทศเพศเมีย 640 ตัว อาหารสำเร็จรูป 2,800 กิโลกรัม และยาปฏิชีวนะ 40 ซอง

โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ดินพรุด้านปศุสัตว์

                 2.2.10 โครงการเพาะเห็ดในถุงพลาสติก

                       ปีงบประมาณ 2561 ดำเนินการในพื้นที่บ้านป่าทุ่ง ตำบลบางเก่า และบ้านบาเลาะ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 2 ราย โดยดำเนินการจัดสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดให้กับเกษตรกร จำนวน 2 โรงเรือน และแจกจ่ายก้อนเชื้อเห็ดให้กับเกษตรกร จำนวน 4,000 ก้อน

โครงการเพาะเห็ดในถุงพลาสติก

                2.2.11 โครงการขยายผลการเลี้ยงปลาหมอในบ่อดินเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้ว

                          พื้นที่เป้าหมาย : ปีงบประมาณ 2561 ดำเนินการในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้แก่ บ้านพิกุลทอง และพื้นที่ศูนย์สาขา ได้แก่ บ้านปีแนมูดอ และพื้นที่ที่มีพระราชดำริให้ดำเนินการ ได้แก่ บ้านบาเลาะและบ้านโคกสะตอ โดยมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 15 ราย

                            กิจกรรม : การฝึกอบรมเกษตรกรในหลักสูตร “การขยายผลการเลี้ยงปลาหมอในบ่อดินเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้ว” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ณ งานประมง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ปลาหมอ 3,000 ตัว อาหารปลาดุกเล็ก 150 กระสอบ อาหารปลาดุกกลาง 210 กระสอบ และตาข่ายมุ้งฟ้า 30 ม้วน

โครงการขยายผลการเลี้ยงปลาหมอในบ่อดินเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้ว

                2.2.12 โครงการปรับปรุงศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริและเกษตรกรตัวอย่าง

                        ดำเนินการส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ ได้สนับสนุนวัสดุในการสาธิตการทำปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ โดยเน้นให้เกษตรกรศูนย์เรียนรู้และเกษตรกรตัวอย่างเป็นผู้ปฎิบัติและสาธิตให้แก่เกษตรกรกลุ่มเครือข่ายในหมู่บ้าน รวมทั้ง สนับสนุนบล็อกปุ๋ยหมัก จำนวน 10 บล็อก ขนาด 2 × 4 เมตร ให้แก่เกษตรศูนย์เรียนรู้และเกษตรกรตัวอย่าง จำนวน 10 ราย เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำวัสดุเหลือใช้ที่มีในพื้นที่มาผลิตเป็นปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในแปลงเกษตรอีกทั้ง สนับสนุนซุ้มปลูกผัก จำนวน 5 ซุ้ม ให้แก่ศูนย์เรียนรู้และเกษตรกรตัวอย่าง จำนวน 5 ราย พร้อมให้คำแนะนำการปลูกพืชผัก ปรับปรุงรั้วศูนย์เรียนรู้ จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายธีรนิตย์ เสาร์พูล และปรับปรุงป้าย ให้แก่ศูนย์เรียนรู้และเกษตรกรตัวอย่าง จำนวน 12 ป้าย

โครงการปรับปรุงศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริและเกษตรกรตัวอย่าง

               2.2.13 โครงการส่งเสริมการเพิ่มปริมาณผลิตผลในโรงเรียนโครงการเกษตร เพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

                       พื้นที่ดำเนินการ : โรงเรียนในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน จำนวน 28 โรง แบ่งเป็น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จำนวน 17 โรง สังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชน จำนวน 6 โรง และ สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 5 โรง

                           กิจกรรม : ดำเนินการฝึกอบรมการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ จำนวน 28 โรง ระหว่างวันที่ 5 – 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพ สนับสนุนวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน (ปูนขาว)จำนวนโรงเรียนละ 10 กระสอบ สนับสนุนวัสดุปรับปรุงแปลงปลูกพืชผัก ได้แก่ บล็อกปุ๋ยหมัก 10 บล็อก ให้แก่ 10 โรง และสายยางพร้อมตาข่ายทำค้าง ให้แก่ 12 โรง รวมทั้ง ส่งเสริมการเพาะเห็ดในถุงพลาสติกในโรงเรียน
โดยการสนับสนุนก้อนเชื้อเห็ดโรงเรียนละ 900 ก้อน ให้แก่ 28 โรง นอกจากนี้ ได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์บอนสีในโรงเรียน จำนวน 10 โรง โดยการสนับสนุนพันธุ์บอนสีพันธุ์ลูกผสม จำนวน 30 ต้น ดินเพาะ(ดินก้ามปู) จำนวน 20 กระสอบ กระถางพลาสติก จำนวน 10 กระถาง และการดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพในโรงเรียน จำนวน 7 โรง โดยส่งเสริมให้ความรู้ และคำแนะนำการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สนับสนุนพันธุ์พืชสมุนไพร จำนวน 20 ชนิด กระถางดินเผา จำนวน 10 กระถาง เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และสรรพคุณของสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ที่นำมาปลูกภายในแปลงเกษตรของโรงเรียน

โครงการส่งเสริมการเพิ่มปริมาณผลิตผลในโรงเรียนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

                 2.2.14 โครงการปรับปรุงภาวะโภชนาการเด็กแรกเกิดถึง 72 เดือน

                           พื้นที่ดำเนินการ : 13 อำเภอ 77 ตำบล 589 หมู่บ้าน เขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

                           กิจกรรม : ดำเนินการอบรมให้โภชนาการศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (เด็กน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (เตี้ย-ผอม) จำนวน 1,564 คน ระหว่างวันที่ 23 – 31 กรกฎาคม 2561 รวมทั้ง จัดฝึกอบรมผู้ปกครองเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 560 คน (จำนวน 2 ครั้ง) หลักสูตรกิน กอด เล่น เล่า ตามโครงการปรับปรุงภาวะโภชนาการเด็กแรกเกิดถึง 72 เดือน ระหว่างวันที่ 2 – 15 สิงหาคม 2561 และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการผู้ดูแลเด็กผู้รับผิดชอบงานโภชนาการและผู้ประกอบอาหารในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 436 คน หลักสูตร กิน กอด เล่น เล่า นอนเฝ้าดูฟัน ตามโครงการปรับปรุงภาวะโภชนาการเด็กแรกเกิดถึง 72 เดือน

โครงการปรับปรุงภาวะโภชนาการเด็กแรกเกิดถึง 72 เดือน

                  2.3 งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ดำเนินการนำผลสำเร็จจากการศึกษา ทดลอง และวิจัย มาจัดทำเป็นกิจกรรมในงานขยายผลโครงการฯ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ราษฎร ในพื้นที่ได้นำองค์ความรู้เหล่านั้นไปต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งจะสามารถสร้างคุณภาพชีวิต และเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎรได้เป็นอย่างดี โดยปีงบประมาณ 2561 มีราษฎรที่เข้ารับการอบรมจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จำนวน 1,830 คน โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการ ดังนี้

                    1) หลักสูตรสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ขยายผลการพัฒนาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จำนวน 21 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 922 คน

ที่หลักสูตรจำนวน(คน)ระยะเวลาการอบรม
1การปรับปรุงคุณภาพผลผลิตพืชผัก พืชไร่ และไม้ผล
สู่ระบบการตลาด
8025 – 26 ก.ค. 61
2การปรับปรุงคุณภาพผลผลิตพืชผัก พืชไร่ และไม้ผล
สู่ระบบการตลาด
497 – 8 ก.ค. 61
3การปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกพืชผัก พืชไร่ และไม้ผล2010 – 11 ก.ค. 61
4การแปรรูปผลผลิตข้าว7812 – 13 ก.ค. 61
5การลดต้นทุนผลผลิตและเพิ่มผลผลิตข้าว2028 – 29 มิ.ย. 61
6การจัดและการวางแผนการปลูกข้าวคุณภาพ3025 – 26 ก.ค. 61
7การผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ1005 – 6 ก.ค. 61
8เสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพันธุ์พืช4017 ส.ค. 61
9การปลูกพืชผัก พืชไร่ ให้ปลอดภัยจากสารพิษ3012 ก.พ. 61
10การปลูกผักไร้ดิน5013 ก.พ. 61
11การผลิตก้อนเชื้อเห็ด12014 ก.พ. 61
12การเลี้ยงปลานิลในบ่อดินเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้ว204 ก.ค. 61
13การขยายผลการเลี้ยงปลาหมอในบ่อดินเปรี้ยวที่ปรับปรุงแล้ว153 ก.ค. 61
14การแปรรูปสัตว์น้ำ205 ก.ค. 61
15พื้นฐานการเลี้ยงสัตว์ปีก14021 ธ.ค. 60
16เกษตรกรผู้นำเศรษฐกิจพอเพียง1022 ธ.ค. 60
17การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์และกองทุนผลิตภัณฑ์1021 มี.ค. 61
18SMART แพะ1016 ส.ค. 61
19การเลี้ยงไก่ไข่หลังบ้าน2017 – 18 ก.ค. 61
20การเลี้ยงเป็ดเทศ4019 – 20 ก.ค. 61
21การเลี้ยงไก่พื้นเมืองลูกผสม2023 – 24 ก.ค. 61
 รวม 21 หลักสูตร922 

                  2) หลักสูตรสำหรับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป จำนวน 15 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 908 คน

ที่หลักสูตร จำนวน(คน) ระยะเวลาการอบรม
1การเลี้ยงปลาในบ่อดินเปรี้ยวจัด502 – 3 ก.ย. 61
2การเลี้ยงสัตว์ปีก (ไก่และเป็ด)4827 – 28 ส.ค. 61
3การเพาะเห็ดถุงเสริมรายได้504 – 5 ก.ย. 61
4การปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกพืชผัก5025 – 26 ส.ค. 61
5การปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกข้าว4825 – 26 ส.ค. 61
6การเลี้ยงปลาสวยงาม57 ธ.ค. 60
7การทำปลาส้ม427 ก.พ. – 9 มี.ค. 61
8การพัฒนาผลิตภัณฑ์เตย534 พ.ย. 60 – 11 ส.ค. 61
9การพัฒนาผลิตภัณฑ์กระจูด824 ธ.ค. 60 – 31 ส.8. 61
10การพัฒนาการผลิตผ้าทอพื้นเมือง308 ธ.ค. 60 – 15 ก.ค. 61
11การพัฒนาการผลิตผ้าทอยกดอก1018 – 27 ธ.ค. 60
12การผลิตข้าวคุณภาพ8025 – 26 ก.ค. 61
13วัยใสไกด์ธรรมชาติ12021 – 22 มิ.ย. 61
14ผู้พิทักษ์อนุรักษ์ป่าพรุโต๊ะแดง12025 – 26 มิ.ย. 61
15ค่ายเพื่อนชาวพรุ12028 – 29 มิ.ย. 61
 รวม 15 หลักสูตร908

        ทั้งนี้ มีตัวอย่างกิจกรรมการฝึกอบรมที่ดำเนินการในปีงบประมาณ 2561 ดังนี้

                 2.3.1 โครงการฝึกอบรมเกษตรกรภายใต้ผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จำนวน 5 หลักสูตร ๆ ละ 50 ราย ดังนี้

                         – หลักสูตรที่ 1 การเลี้ยงปลาในบ่อดินเปรี้ยวจัด ระหว่างวันที่ 2 – 3 กันยายน 2561 อบรมให้ความรู้เรื่องการเตรียมพื้นที่บ่อเลี้ยงปลาหลังน้ำลด วิธีการปรับปรุงบ่อ วิธีการเลี้ยง และการดูแลรักษาปลา ฝึกปฏิบัติการแปรรูปปลา การจัดทำบัญชีในครัวเรือน และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ลูกพันธุ์ปลาดุก 7,500 ตัว และอาหารลูกปลาดุก 25 กระสอบ

                          – หลักสูตรที่ 2 การเลี้ยงสัตว์ปีก (ไก่และเป็ด) ระหว่างวันที่ 20 – 21 สิงหาคม 2561 อบรมให้ความรู้เรื่องการเตรียมพื้นที่หรือโรงเรือน วิธีการเลี้ยง และการดูแลรักษาสัตว์ปีก (ไก่/เป็ด) ฝึกปฏิบัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ปีก การจัดทำบัญชีในครัวเรือน และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ลูกพันธุ์ไก่พื้นเมือง 300 ตัว และอาหารไก่พื้นเมือง 17 กระสอบ

                      – หลักสูตรที่ 3 การเพาะเห็ดถุงเสริมรายได้ ระหว่างวันที่ 4 – 5 กันยายน 2561 อบรมให้ความรู้เรื่องการเตรียมพื้นที่หรือโรงเรือน วิธีการเพาะเห็ดถุง และการดูแลรักษา ฝึกปฏิบัติการเพาะเห็ดถุง การจัดทำบัญชีในครัวเรือน และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ก้อนเชื้อเห็ด 4,000 ก้อน

                    – หลักสูตรที่ 4 การปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกพืชผัก ระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม 2561 จำนวน 50 ราย ให้ความรู้เรื่องการป้องกันโรคพืช ฝึกปฏิบัติการผลิตเชื้อราป้องกันโรคพืช การจัดทำบัญชีในครัวเรือน และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ พันธุ์เมล็ดถั่วฝักยาว 200 ซอง พันธุ์พริกหยวก 200 ซอง พันธุ์มะเขือ 200 ซอง และปุ๋ยเคมี 25 กระสอบ – หลักสูตรที่ 5 การปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกข้าว ระหว่างวันที่ 24 – 25 สิงหาคม 2561 จำนวน 50 ราย ให้ความรู้เรื่องการปลูกข้าว การเก็บเกี่ยว และการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว พร้อมฝึกปฏิบัติการผลิตเชื้อราป้องกันโรคข้าว และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ปุ๋ยเคมี สูตร 16-20-0 จำนวน 50 กระสอบ

โครงการฝึกอบรมเกษตรกรภายใต้ผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ
จำนวน 5 หลักสูตร ๆ ละ 50 ราย

                 2.3.2 โครงการพัฒนากระบวนการนำเสนอและประชาสัมพันธ์ของเกษตรกรศูนย์เรียนรู้และเกษตรกรตัวอย่างในโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

                         ปีงบประมาณ 2561 ได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2561 รวมจำนวนทั้งสิ้น 52 คน ศึกษาดูงาน ณ จังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล สำหรับรุ่นที่ 2 จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2561 รวมจำนวนทั้งสิ้น 40 คน ศึกษาดูงาน ณ จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช

โครงการพัฒนากระบวนการนำเสนอและประชาสัมพันธ์ของเกษตรกร
ศูนย์เรียนรู้และเกษตรกรตัวอย่างในโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

                 2.3.3 โครงการฝึกอบรมหลักสูตรศาสตร์พระราชากับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในโรงเรียน จำนวน 5 โรงเรียน

                       ปีงบประมาณ 2561 ดำเนินการจัดอบรมเกี่ยวกับศาสตร์พระราชากับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนมีความรักและหวนแหนทรัพยากรป่าไม้ ระหว่างวันที่ 10 – 19 กรกฎาคม 2561 จำนวน 5 รุ่น โดยมีโรงเรียนที่เข้าอบรม จำนวน 5 โรงเรียน 538 ราย ได้แก่ โรงเรียนบ้านโคกสยา จำนวน 113 ราย โรงเรียนบ้านหัวเขา จำนวน 144 ราย โรงเรียนบ้านเขาตันหยงมิตรภาพที่ 153 จำนวน 105 ราย โรงเรียนบ้านเปล จำนวน 100 ราย และโรงเรียนบ้านบางมะนาว จำนวน 106 คน รวมทั้ง สนับสนุนต้นพันธุ์ตะลิงปิง จำนวน 600 ต้น

โครงการฝึกอบรมหลักสูตรศาสตร์พระราชา
กับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในโรงเรียน จำนวน 5 โรงเรียน

                 2.3.4 โครงการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ “เพื่อนชาวพรุ”

                        – กิจกรรมฝึกอบรมอาสาสมัครมัคคุเทศก์ท้องถิ่นวัยใสไกด์ธรรมชาติ รุ่นที่ 19 ระหว่างวันที่ 21 -22 มิถุนายน 2561 จำนวน 8 โรงเรียน 120 ราย ได้แก่ โรงเรียนบ้านตือระมิตรภาพที่ 172 โรงเรียนัญธารวิทยา โรงเรียนแสงธรรมวิทยา โรงเรียนบ้านมูโนะ โรงเรียนบ้านลาแล โรงเรียนเทศบาล 3 (วิมุกตายนวิทยา) โรงเรียนรังผึ้ง และโรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี

                         – กิจกรรมฝึกอบรม “ผู้พิทักษ์อนุรักษ์ป่าพรุโต๊ะแดง” ระหว่างวันที่ 25 – 26 มิถุนายน 2561 จำนวน 9 โรงเรียน 120 ราย ได้แก่ โรงเรียนบ้านซรายอ โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก โรงเรียนบ้านปูโปะ โรงเรียนบ้านลูโบะลือซง โรงเรียนบ้านกูแบอีแก โรงเรียนบ้านโต๊ะเวาะ โรงเรียนบ้านมือบา โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะซามา และโรงเรียนบ้านกวาลอซีรา

                              – กิจกรรมฝึกอบรม “ค่ายเพื่อนชาวพรุ” ระหว่างวันที่ 28 – 29 มิถุนายน 2561 จำนวน 9 โรงเรียน 120 ราย ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 (ราษฎรบำรุง) โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านตันหยงลิมอ) โรงเรียนวัดประดิษฐบุปผา โรงเรียนวัดโบราณสถิตย์ โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน โรงเรียนบ้านปลักปลา โรงเรียนบ้านปาดังยอ โรงเรียนบ้านตาเซะเหนือ และโรงเรียนบ้านตาเซะใต้

กิจกรรมฝึกอบรมอาสาสมัครมัคคุเทศก์ท้องถิ่นวัยใสไกด์ธรรมชาติ รุ่นที่ 19

กิจกรรมฝึกอบรมผู้พิทักษ์อนุรักษ์ป่าพรุโต๊ะแดง

กิจกรรมฝึกอบรม “ค่ายเพื่อนชาวพรุ”

                 2.3.5 โครงการฝึกอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เส้นใยพืช และผ้าทอพื้นเมือง จำนวน 3 หลักสูตร

                          – หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์กระจูด จำนวน 4 รุ่น

                            รุ่นที่ 1 การพัฒนาผลิตภัณฑ์กระจูด รุ่นที่ 1 จำนวน 10 ราย ได้แก่ บ้านบาเดาะมาตี หมู่ที่ 9 ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 10 – 19 กรกฎาคม 2561

                            รุ่นที่ 2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์กระจูด รุ่นที่ 2 จำนวน 10 ราย ได้แก่ บ้านปูลาเจ๊ะมูดอ หมู่ที่ 5 ตำบลศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 16 – 25 กรกฎาคม 2561 รุ่นที่ 3 การพัฒนาผลิตภัณฑ์กระจูด

                            รุ่นที่ 3 จำนวน 10 ราย ได้แก่ บ้านกาแนะ หมู่ที่ 3 ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 1 – 15 สิงหาคม 2561
                           รุ่นที่ 4 การพัฒนาผลิตภัณฑ์กระจูด รุ่นที่ 4 จำนวน 10 ราย ได้แก่ บ้านค่าย หมู่ที่ 2 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 20 – 31 สิงหาคม 2561

                         – หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์เตย (ปาหนัน) จำนวน 10 ราย ระหว่างวันที่ 2 – 11 สิงหาคม 2561 ณ บ้านปูลาเจ๊ะมูดอ หมู่ที่ 5 ตำบลศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

                           – หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง จำนวน 10 ราย ระหว่างวันที่ 3 – 15 กรกฎาคม 2561 ณ บ้านโคกมะม่วง หมู่ที่ 4 ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์กระจูด

หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์เตย (ปาหนัน)

หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง

                2.4 แผนงานฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                  ดำเนินการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยมุ่งเน้นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมและการตระหนักถึงประโยชน์ของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่ายิ่ง โดยเฉพาะป่าพรุ ซึ่งเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

                  ® การเพาะชำกล้าไม้ เพื่อแจกจ่ายประชาชนทั่วไป จำนวน 100,000 กล้า ซึ่งได้ดำเนินการแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป จำนวน 302 ราย และหน่วยงานราชการ จำนวน105 หน่วยงาน โดยพันธุ์ไม้ที่แจกจ่าย ได้แก่ ต้นตำเสา ต้นราชพฤกษ์ ต้นตะเคียนทอง ต้นมะฮอกกานี ต้นกระถินเทพา ขี้เหล็กบ้าน ต้นสะเดาเทียม ต้นมะขาม ต้นมะม่วงเบา ต้นระไม ต้นมันปู และต้นส้มจี๊ด

การเพาะชำกล้าไม้ป่าพรุ จำนวน 1000,000 กล้า

                  ® การเพาะชำกล้าไม้ป่าพรุ สนับสนุนโครงการประชารัฐฟื้นฟูป่าพรุโต๊ะแดง จำนวน 100,000 กล้า ซึ่งได้ดำเนินการแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป จำนวน 25 ราย และหน่วยงานราชการ จำนวน 27 หน่วยงาน โดยพันธุ์ไม้ที่แจกจ่าย ได้แก่ ต้นหว้่านา ต้นกระบุย ต้นโงงัง ต้นสักน้ำ ต้นขี้ใต้ ต้นแตยอ ต้นฝาดขาว ต้นหัวหงอก ต้นเลือดควาย และต้นชะเมาน้ำ

การเพาะชำกล้าไม้ป่าพรุ จำนวน 100,000 กล้า

                           ®  การเพาะชำกล้าไม้สนับสนุนโครงการปลูกป่าในใจคน และปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง แบ่งเป็น เพาะชำกล้าไม้ป่ามีค่า จำนวน 50,000 กล้า จำนวน 7 ชนิด ได้แก่ ต้นหมากแดง ต้นพะยูง ต้นจำปุหริง ต้นส้มแขก สะเดาปัก และต้นใบไม้สีทอง รวมทั้ง เพาะชำกล้าไม้ทั่วไป จำนวน 200,000 กล้า จำนวน 20 ชนิด ได้แก่ ต้นตะเคียนทอง ต้นมันปู ต้นมะฮอกกานี ต้นขี้เหล็ก ต้นตะลิงปิง ต้นยาง และต้นสะเดา

การเพาะชำกล้าไม้สนับสนุนโครงการปลูกป่าในใจคนและปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

                 ® โครงการพัฒนาแหล่งศึกษาระบบนิเวศป่าริมแม่น้ำบางนรา โดยดำเนินการเพาะชำกล้าไม้ จำนวน 30,000 กล้า ได้แก่ ต้นตะเคียนทอง ต้นพิกุล ต้นบานบุรี ต้นราชพฤกษ์ ต้นโกสนต้นเข็มเหลือง ต้นลำพู และต้นตำเสา รวมทั้ง จัดทำป้ายสื่อความหมายตามจุดดูงานต่าง ๆ จำนวน 10 ป้าย ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2561 มีคณะเข้ามาศึกษาดูงาน ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 4 บ้านกำปงตาโก๊ะ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย ครู 10 คน นักเรียน 130 คน

โครงการพัฒนาแหล่งศึกษาระบบนิเวศป่าริมแม่น้ำบางนรา

                          ®    ส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ไม้เสม็ดในงานหัตถกรรม และสิ่งก่อสร้าง โดยการพัฒนารูปแบบการใช้ไม้เสม็ดขาวให้เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้ประชาชนในปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการศึกษาการแปรรูปไม้เสม็ดขาว ในขนาดและรูปแบบที่แตกต่างกัน เพื่อนำมาจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และหาวิธีการนำไม้เสม็ดขาวให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ป้ายสื่อความหมาย บ้านออมสิน และกรอบรูป รวมทั้ง ได้นำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาจัดแสดงเป็นนิทรรศการขยายผลไปสู่ประชาชน

ส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ไม้เสม็ดในงานหัตถกรรม และสิ่งก่อสร้าง

                  ® ส่งเสริมปลูกไม้เสม็ดและไม้โตเร็วในพื้นที่ดินเปรี้ยว โดยดำเนินการเพาะชำกล้าไม้เสม็ดและไม้โตเร็ว จำนวน 15,000 กล้า แบ่งเป็น ไม้เสม็ด 5,000 ต้น และกระถินเทพา 10,000 กล้า

ส่งเสริมปลูกไม้เสม็ดและไม้โตเร็วในพื้นที่ดินเปรี้ยว

                  ®   โครงก่ารสวนป่าร้างรายได้ เป็นการดำเนินงานสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารที่ถูกทำลาย โดยดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแหล่งเรียนรู้ในการสร้างจิตสำนึกถึงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ตามพระราชดำริ ได้ดำเนินการดูแลรักษา ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่ง กำจัดวัชพืช

โครงการสวนป่าสร้างรายได้

                   ® โครงการรวบรวมพันธุ์ไม้ตามพระราชดำริเพื่อฟื้นฟูป่าพรุโต๊ะแดง โดยการรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าพรุ จำนวน 2,500 ต้น

โครงการรวบรวมพันธุ์ไม้ตามพระราชดำริเพื่อฟื้นฟูป่าพรุโต๊ะแดง                  3) แผนงานบริหารจัดการ

                    3.1 พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต โดยมีตัวอย่างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ตัวอย่างเช่น

                        1) โครงการพืชสวนครัวประดับ พื้นที่ 2 ไร่ เป็นแปลงสาธิตการปลูกพืชแบบพลาสติกคลุมดิน การปลูกพืชลงแปลง และการปลูกพืชในภาชนะ ทั้งนี้ มีคณะเข้ามาศึกษาดูงาน จำนวน 98 คณะ 10,473 คน

              2) โครงการสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พื้นที่ 14 ไร่ ได้จัดทำขึ้น เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2550 ซึ่งในปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินการ การปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น ปลูกพืชแบบพึ่งพาและเกื้อกูล เป็นการปลูกผักแบบอาศัย ร่มเงาปลูกใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ ปลูกพืชโดยไม่ทำลายโครงสร้างดิน การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชแบบข้ามฤดู การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ และการปลูกพืชในโรงเรือน ทั้งนี้ มีคณะเข้ามาศึกษาดูงาน จำนวน 78 คณะ 6,019 คน

              3) โครงการสวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ดำเนินการในพื้นที่ 9.3 ไร่ มีการสำรวจพันธุ์ไม้ จำนวนทั้งสิ้น 25 ชนิด 150 ต้น เช่น มเหสักข์ สักสยามินทร์ จำปาป่า ยางนา กันเกรา และชมพู่น้ำ ฯลฯ

                 4) โครงการรวบรวมพันธุ์บัวและไม้หอม ดำเนินการจัดทำสวนโครงการรวบรวมพันธุ์บัวและไม้หอม พื้นที่ จำนวน 7.26 ไร่ เพื่อรวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์บัวพื้นเมือง พันธุ์บัวลูกผสม และเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้หอมในท้องถิ่น พันธุ์ไม้หอมจากต่างถิ่น และพันธุ์ไม้หอมหายาก

               5) โครงการสวนพฤกษศาสตร์พรรณไม้ม่วงเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา ดำเนินการจัดทำสวนพฤกษศาสตร์พรรณไม้ม่วงเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา ในพื้นที่จำนวน 12 ไร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสอันเป็นมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2558 โดยรวบรวมพรรณไม้ที่มีลักษณะของดอก ผล ใบ ลำต้น และส่วนต่าง ๆ ที่มีสีม่วง รวมถึงพืชประจำถิ่น พืชต่างถิ่น พืชหายากใกล้สูญพันธุ์ พันธุ์ไม้ป่าและไม้เกษตร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แก่นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และประชาชนทั่วไปที่สนใจ ปัจจุบันได้รวบรวมพันธุ์ไม้ไว้ 143 ชนิด อาทิ กระพี้จั่น กันเกรา คราม โคลงเคลง ชำมะเลียง แซะ ตะเคียนชันตาแมว ตะแบก ถั่วฝักยาวพันธุ์ลายเสือจักรพันธ์ และผกากรอง

                3.2 โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยดำเนินกิจกรรมภายในโครงการฯ ได้แก่กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช ดำเนินเก็บข้อมูลต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง และพันธุ์ไม้ดั้งเดิมในพื้นที่ 85 ไร่ กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช เก็บตัวอย่างแห้ง ในส่วนของใบ กิ่ง ผล และดอกของพันธุ์ไม้ จำนวน 56 ชนิด และเก็บตัวอย่างดอง ในส่วนของผลและดอก จำนวน 26 ชนิด กิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช ดำเนินการดูแลรักษาต้นไม้ในภายในแปลง โดยการตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่ม กำจัดวัชพืช และใส่ปุ๋ย จำนวน 8 แปลง ได้แก่ หวาย ดาหลา สมุนไพร หม้อข้าวหม้อแกงลิง กล้วยไม้ พันธุ์ไม้หายาก มเหสักข์ – สักสยามินทร์ และบัว กิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช ทั้งในส่วนของการเลี้ยงด้วงสาคูซึ่งสามารถผลิตด้วงสาคูในปีงบประมาณ 2561 ได้ 16.9 กิโลกรัม กิจกรรมศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช และกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหัวเขา โรงเรียนโคกศิลา และโรงเรียนพิมานวิทย์ อีกทั้ง เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2560 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เข้าร่วมจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการทรัพยากรไทย ครั้งที่ 9 “ทรัพยากรไทย : ศักยภาพมากล้นมีให้เห็น” ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-สระบุรี ตำบลชำพักแพว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

                3.3 โครงการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเขตพื้นที่ภาคใต้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

                     พื้นที่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 30 ไร่ แบ่งเป็น

                    – พื้นที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกข้าว จำนวน 2 ไร่

                    – พื้นที่สาธิตเทคโนโลยีการปลูกข้าวและการลดต้นทุนการผลิต จำนวน 8 ไร่

                    – พื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวซีบูกันตัง จำนวน 10 ไร่

                    – พื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมกระดังงา 59 จำนวน 10 ไร่

                     ทั้งนี้ ข้อมูลการเจริญเติบโต พบว่า ข้าวพันธุ์หอมกระดังงา 59 เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 150 วัน และข้าวพันธุ์ซีบูกันตัง 5 เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 135-140 วัน โดยผลการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมืองภายในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้แก่

รายการผลิต(กิโลกรัม)แจกจ่ายคงเหลือ(กิโลกรัม)
กิโลกรัมราย
เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมกระดังงา 59120120
เมล็ดพันธุ์ข้าวซีบูกันตัง 51,9451,2152730

สภาพแปลงเมล็ดพันธุ์ข้าวภายในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ

                3.4 โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรองเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

                      ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้ดำเนินโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชสำรองเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยได้ผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรในพื้นที่มีความจำเป็นต้องใช้และเหมาะสม ต่อสภาพพื้นที่ เพื่อเป็นคลังเมล็ดพันธุ์สำรองและสนับสนุนให้แก่ราษฎรที่มีความสนใจ โดยปีงบประมาณ 2561 มีผลผลิตเมล็ดพันธุ์พืชที่สามารถแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรได้ ดังนี้

โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรองเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

                  1) การผลิตและแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืชผัก พืชไร่

รายการเป้าการผลิต(กิโลกรัม)ผลิตแจกจ่ายคงเหลือ(ซอง)
กิโลกรัมซองซองราย
มะเขือเปราะ33.891,556820149736
พริกหยวก23.001,166826153340
น้ำเต้าคอกิ่ว50.353535
ฟักแฟง50.55532151
พริกชี44.001,6201,620
ถั่วพู603.809292

 2) การจัดทำทะเบียนแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ตามพระราชดำริ

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
บ้านพิกุลทอง หมู่ที่ 6 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
พิกัด 47 NRH 176 – 069 ระวาง 5321 I ลำดับชุด L7018
ขยายจากแผนที่มาตราส่วน 1 : 50,000

ที่มา : กองประสานงานโครงการพื้นที่ 4 
ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2561 

Please follow and like us:

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา


เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดศาลบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ราษฎรได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินหมู่ที่ ๒ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน ๒๖๔ ไร่ พระองค์ได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรที่ดินดังกล่าว และทรงมีพระราชดำริกับอำเภอ จังหวัด และหน่วยราชการต่าง ๆ ได้แก่ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมป่าไม้ กรมปศุสัตว์ ให้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จัดทำเป็นศูนย์ศึกษาตัวอย่าง สาธิตการพัฒนาด้านการเกษตรกรรมและงานศิลปาชีพ เพื่อเป็นแหล่งให้เกษตรกรตลอดจนผู้สนใจได้เข้าชมศึกษา ค้นคว้า หาความรู้เพิ่มเติมได้

จากพระราชดำริข้างต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งภาคเอกชนได้ประชุมปรึกษาหารือกันมอบหมายให้ กรมพัฒนาที่ดินเป็นเจ้าของเรื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารงานขึ้นคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการบริหารและกรรมการที่ปรึกษาศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา” คณะกรรมการบริหารฯ ได้ทำหนังสือในนามของ กรมพัฒนาที่ดิน กส. ๐๘๐๑/๑๐๙๔ ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ถึงสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอรับพระราชทานชื่อของศูนย์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่การดำเนินโครงการสนองพระราชดำริสืบไป และทางสำนักราชเลขาธิการได้แจ้งให้ทราบตามหนังสือ ที่ รล.๐๐๐๒/๓๐๔๑ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๒๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชื่อว่า “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา”
เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๔ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้แต่งตั้งเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงคณะกรรมการบริหารของโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนใหม่เรียกว่า “คณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน” ประกอบด้วยหม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ องคมนตรีเป็นองค์ประธาน และหน่วยงานต่าง ๆ หลายกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งภาคเอกชนเป็นกรรมการและเลขานุการ และทำหน้าที่เป็นแกนกลางประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ จังหวัดฉะเชิงเทรารับผิดชอบต่อพื้นที่ศูนย์ศึกษาฯ ดูแลให้ความปลอดภัยแก่บุคคลและสนับสนุนการดำเนินงานที่ร่วมดำเนินการอยู่ โดยคณะกรรมการบริหารฯ ได้พิจารณาจำแนกพื้นที่ภายในศูนย์ศึกษาฯ ตามความเหมาะสม พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่รับผิดชอบและเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีมีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับที่ดินที่ราษฎรอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี น้อมเกล้าฯ ถวายให้เป็นที่ดินส่วนพระองค์ เนื้อที่ ๘๖ ไร่ และกรมพัฒนาที่ดินได้รับแจ้งจากสำนักราชเลขาธิการ ตามหนังสือ ที่ รล.๐๐๐๗/๙๙๓๗ ลงวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๒๔ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้สถานที่ดังกล่าวจัดตั้งเป็นสาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน และโปรดเกล้าฯ ให้กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน กรมประมงฯ ร่วมกันพิจารณาดำเนินการ
ดังนั้น นับแต่เริ่มตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ได้มีราษฎรที่มีจิตศรัทธาน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินเพิ่มเติมอีก ๔๙๗ ไร่ ผนวกกับที่ดินบริเวณสวนรุกขชาติและสวนพฤกษศาสตร์ รวมเป็นเนื้อที่ทั้งหมดของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ๑,๒๒๗ ไร่เศษ นอกจากนี้ราษฎรตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินรวม ๓ แปลง จำนวน ๑๔๕ ไร่ ดำเนินการจัดทำในลักษณะ “ศูนย์บริการพัฒนาฯ” คือ ทำทั้งการสาธิตเพื่อเป็นตัวอย่าง และให้บริการพัฒนาแก่ราษฎรด้วย โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์บริการพัฒนาบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี” ซึ่งอยู่ในข่ายความรับผิดชอบของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อีกประการหนึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวง คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพื้นที่ส่วนที่ติดกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนประมาณ ๖๔๒ ไร่ ให้เป็นพื้นที่ทำการศึกษาวิจัยและทดสอบการพัฒนาทางด้านเกษตรกรรมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแน่นอนขึ้น เป็นการสนับสนุนศูนย์ศึกษาฯ อีกด้านหนึ่งด้วย
คณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ได้กำหนดนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชดำริที่ได้รับพระราชทานแนวทางการพัฒนาไว้ และได้แบ่งพื้นที่หลักเป็นจำนวน ๔ พื้นที่ กล่าวคือ
(๑) พื้นที่แห่งแรก คือพื้นที่ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประมาณ ๑,๒๒๗ ไร่เศษ ผนวกกับพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ประมาณ ๖๔๒ ไร่ ให้เป็นพื้นที่ที่ทำการศึกษาวิจัย และทดสอบการพัฒนาด้านการเกษตรกรรม รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๑,๘๖๙ ไร่
(๒) พื้นที่แห่งที่สอง คือ ที่ตำบลบ้านซ่องและตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื้อที่ประมาณ ๘๔ ไร่
(๓) พื้นที่แห่งที่สาม คือ พื้นที่ราษฎรรอบนอกศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำโจนเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับศูนย์โครงการฯ จำนวน ๑๔ หมู่บ้าน ในเขตตำบลเขาหินซ้อนและตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ประมาณ ๕๖,๐๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านบริวาร
(๔) พื้นที่แห่งที่สี่ คือ ที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เนื้อที่ประมาณ ๑๔๕ ไร่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการพัฒนาในเขตจังหวัดปราจีนบุรี เป็นศูนย์บริวารของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน
นอกจากนี้ พื้นที่หลักดังกล่าวแล้ว ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนยังทำหน้าที่ในการถ่ายทอดวิชาการแผนใหม่ทั้งด้านการเพาะปลูกพืช การปศุสัตว์ การประมง การพัฒนาที่ดิน รวมทั้งด้านศิลปาชีพ ให้แก่เกษตรกร หรือประชาชนที่สนใจ ทั้งในจังหวัดปราจีนบุรี รวมทั้งจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกและภาคกลางด้วย

วัตถุประสงค์
(๑) เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกรในบริเวณลุ่มน้ำห้วยเจ็กและห้วยน้ำโจน ซึ่งอยู่ในเขตตำบลเขาหินซ้อนและตำบลเกาะขนุน มีพื้นที่ปริมาณ ๕๖,๐๐๐ ไร่ มีรายได้พอเพียงต่อการยังชีพ คือ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อครอบครัวต่อปี และจะใช้พื้นที่เป็นพื้นที่พัฒนาตัวอย่าง เพื่อให้ศึกษาแนวทางการพัฒนาท้องที่อื่น ๆ ต่อไป
(๒) เพื่อเป็นแหล่งศึกษาทางวิชาการ ในการหาลู่ทางพัฒนาการเกษตร และอาชีพของเกษตรกรในภาคตะวันออก โดยเฉพาะในจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดปราจีนบุรี
(๓) เพื่อเป็นแหล่งฝึกอบรม ให้ความรู้ทางวิชาการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษแก่เกษตรกร

การดำเนินงานในส่วนสหกรณ์
งานด้านบริหารโรงสีข้าวพระราชทาน
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ บริษัทซาตาเกะ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่นน้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องสีข้าวยี่ห้อ ซาตาเกะ รุ่น ๑๐๗๐ กำลังผลิต ๒๔ ตัน/๒๔ ชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ติดตั้งไว้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน เพื่อให้มีการสีข้าวแบบสกรณ์และช่วยเหลือให้บริการเกษตรกรในหมู่บ้านบริเวณรอบศูนย์และใกล้เคียงตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาดูงานแก่ประชาชนทั่วไป คณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบดูแลการบริหารงานด้านโรงสี นำวิธีการสหกรณ์มาช่วยดำเนินการให้เกิดผลดีแก่เกษตรกรและสมาชิกตามพระราชประสงค์ เริ่มให้บริการสีข้าวแก่เกษตรกรทั่วไปตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๒๗ เป็นต้นมา โรงสีข้าวพระราชทานช่วยเหลือชาวนาในช่วงที่ข้าวเปลือกมีราคาตกต่ำ ให้ขายข้าวเปลือกได้ราคาดีขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนก็จะได้บริโภคข้าวสารที่มีคุณภาพดี ราคาไม่แพง ข้าวสารที่สีได้จะบรรจุถุงในนามของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ทำให้โรงสีข้าวพระราชทานมีงานทำมากขึ้นตามลำดับ ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ จำนวนผู้มาใช้บริการโรงสีข้าวพระราชทาน ๒๔๖ คน จำนวนข้าวเปลือก ๙๐ ตัน
งานด้านส่งเสริมสหกรณ์
หน่วยงานส่งเสริมสหกรณ์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนมีหน้าที่แนะนำส่งเสริมสหกรณ์การเกษตรพัฒนาเขาหินซ้อน จำกัด จำนวน ๑ สหกรณ์ ปัจจุบันมีสมาชิก ๒๑๓ คน ทุนเรือนหุ้น ๓๓๒,๔๐๐ บาท ทุนดำเนินงาน ๑,๔๓๒,๔๐๐ บาท ส่งเสริมให้เงินกู้แก่สมาชิกจำนวน ๑.๗๑ ล้านบาท ส่งเสริมการระดมทุนจำนวน ๙๒,๐๐๐ บาท จัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตรและเครื่องอุปโภคบริโภคมาจำหน่าย จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพสมาชิกตามแนวทางการดำเนินงานของสหกรณ์หรือทางราชการ ได้แก่การปลูกพืชชนิดต่าง ๆ จำนวน ๗๗ คน เนื้อที่ ๑,๒๘๓ ไร่

http://www.rdpb.go.th/
Please follow and like us: